
เช็กก่อนซื้อของใน Shopee: 7 จุดที่ควรดูก่อนกดสั่ง
ก่อนกดสั่งของใน Shopee ให้เช็ก 7 เรื่อง คือราคาจริงของตัวเลือกที่จะซื้อ คะแนนเทียบกับจำนวนรีวิว รีวิวคะแนนต่ำ ความน่าเชื่อถือของร้าน รายละเอียดสินค้า เงื่อนไขคืนสินค้า และราคาจากร้านอื่น ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่กันการซื้อผิดรุ่น ได้ของไม่ตรงปก หรือเสียเวลาคืนของได้มาก
เรื่องที่คนพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่ร้านหลอก แต่เป็นการตัดสินจากตัวเลขบนหน้าแรกของสินค้า ทั้งราคา ส่วนลด และดาว ซึ่งหลายครั้งไม่ได้หมายความอย่างที่เห็น
7 จุดที่ควรเช็กก่อนกดสั่ง
1. ราคาที่เห็นอาจเป็นของตัวเลือกที่ถูกที่สุด
ราคาบนหน้าสินค้าและในหน้าค้นหามักเป็นราคาของตัวเลือกที่ถูกที่สุด พอกดเลือกสี ขนาด หรือความจุที่ต้องการจริง ราคาอาจขึ้นอีกหลายร้อยบาท ให้กดเลือกตัวเลือกที่จะซื้อก่อน แล้วค่อยดูราคา
ราคาที่ควรเอามาเทียบคือราคาสุทธิ คือราคาสินค้าหักส่วนลดแล้วบวกค่าส่ง โค้ดส่วนลดหลายตัวมีเงื่อนไขยอดขั้นต่ำหรือช่องทางชำระเงิน ให้อ่านก่อนว่าคุณใช้ได้จริงไหม
สินค้าที่ขายเป็นแพ็กหรือยกลัง ให้คิดเป็นราคาต่อชิ้นด้วย ตัวอย่างวิธีคิดอยู่ใน ซื้อกระดาษทิชชูยกลังคุ้มไหม
2. ดูดาวคู่กับจำนวนรีวิว
5 ดาวจากรีวิว 3 รายการบอกอะไรได้น้อยกว่า 4.8 ดาวจากรีวิวหลายร้อยรายการ ดาวที่เชื่อถือได้ต้องมาจากผู้ซื้อจำนวนพอสมควร ให้ดูตัวเลขจำนวนรีวิวทุกครั้ง อย่าดูแค่ดาว
ยอดขายสูงก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอ สินค้าราคาถูกมากขายได้เยอะเพราะคนกล้าลอง แต่ถ้าคะแนนต่ำกว่าสินค้าคล้ายกันในหมวดเดียวกัน ก็ควรเปิดดูว่าคนติเรื่องอะไร
3. อ่านรีวิว 1 ถึง 3 ดาวก่อนรีวิว 5 ดาว
รีวิว 5 ดาวส่วนใหญ่สั้นและคล้ายกัน ข้อมูลที่มีประโยชน์อยู่ในรีวิวคะแนนต่ำ ให้กรองดูรีวิว 1 ถึง 3 ดาว แล้วมองหาเรื่องที่ถูกพูดซ้ำหลายคน เช่นไซส์เล็กกว่าที่ระบุ สีไม่ตรงรูป หรือของไม่ครบ ปัญหาที่หลายคนเจอเหมือนกันมีโอกาสเกิดกับคุณด้วย
ดูวันที่ของรีวิวประกอบ รีวิวล่าสุดบอกสภาพสินค้าตอนนี้ได้ดีกว่ารีวิวเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะร้านอาจเปลี่ยนล็อตผลิต เปลี่ยนวัสดุ หรือเปลี่ยนแบบไปแล้ว
รีวิวที่มีรูปหรือวิดีโอจากผู้ซื้อช่วยมาก โดยเฉพาะเรื่องสีและขนาดจริง แต่ให้ดูหลายรูป ไม่ใช่เชื่อรูปเดียว
4. เช็กร้านก่อนเช็กสินค้า
เปิดหน้าร้านแล้วดูคะแนนร้าน อัตราการตอบแชต ระยะเวลาที่เปิดร้าน และรีวิวของสินค้าตัวอื่นในร้าน ป้ายอย่าง Shopee Mall หมายถึงร้านทางการของแบรนด์หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ส่วนป้ายร้านแนะนำหมายถึงร้านที่ผ่านเกณฑ์ยอดขายและบริการของแพลตฟอร์ม ทั้งสองป้ายช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ร้านที่ไม่มีป้ายก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี
สัญญาณเตือนคือราคาต่ำกว่าร้านอื่นแบบผิดปกติ รายละเอียดสินค้าน้อย รูปเป็นรูปโฆษณาทั้งหมด หรือร้านขอให้ทักไปคุยและโอนเงินนอกแอป ซึ่งทำให้คุณไม่ได้รับความคุ้มครองของแพลตฟอร์ม
5. อ่านรายละเอียดให้ครบ ไม่ใช่แค่ชื่อสินค้า
ชื่อสินค้าบน Shopee มักยัดคำค้นไว้ยาว ข้อมูลจริงอยู่ในรายละเอียด ให้เช็กรุ่น สี ขนาด จำนวนชิ้น วัสดุ และของที่อยู่ในกล่อง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีที่ชื่อรุ่นต่างกันแค่ตัวอักษรเดียวก็เป็นคนละรุ่นแล้ว
เสื้อผ้าให้เทียบขนาดเป็นตัวเลข ไม่ใช่แค่ S, M หรือ L เพราะไซส์ของแต่ละร้านไม่เท่ากัน วิธีวัดตัวและอ่านตารางไซส์มีตัวอย่างใน ชุดนอนซีทรูสำหรับคนไซส์ใหญ่ จะเลือกไซส์ยังไงให้ใส่ได้จริง
ดูด้วยว่าสินค้าส่งจากในประเทศหรือต่างประเทศ ของที่ส่งจากต่างประเทศมักใช้เวลานานกว่า และการคืนสินค้าก็ยุ่งกว่า
6. รู้เงื่อนไขคืนสินค้าก่อนจ่ายเงิน
ดูว่าใครเป็นคนรับประกัน ร้านหรือศูนย์ของแบรนด์ รับประกันนานแค่ไหน ถ้าต้องเคลมต้องส่งไปที่ไหน และใครจ่ายค่าส่งคืน สินค้าบางประเภท เช่นชุดชั้นในหรือของใช้ส่วนตัว อาจคืนไม่ได้ถ้าแกะแล้ว
พอได้ของ ให้ถ่ายวิดีโอตอนแกะกล่องทุกครั้ง โดยเฉพาะของราคาสูง วิดีโอนี้เป็นหลักฐานที่ชัดที่สุดถ้าของชำรุด ไม่ครบ หรือไม่ตรงกับที่สั่ง และอย่าเพิ่งกดยืนยันรับสินค้าจนกว่าจะเช็กของเรียบร้อย
7. เทียบอย่างน้อย 2 ถึง 3 ร้าน
สินค้าตัวเดียวกันมักมีหลายร้านขาย ให้เทียบราคาสุทธิ ค่าส่ง ระยะเวลาส่ง การรับประกัน และรีวิวของแต่ละร้าน ร้านที่แพงกว่านิดหน่อยแต่มีรีวิวดีกว่าและรับประกันชัดเจนกว่า มักคุ้มกว่าในระยะยาว
ถ้าสินค้ามีหลายรุ่นให้เลือก อย่าเทียบแค่ราคา ให้เทียบสิ่งที่ได้เพิ่มด้วย เช่นความจุ จำนวนชิ้น หรือของแถม แล้วคิดกลับเป็นราคาต่อหน่วยเหมือนข้อ 1
ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกรุ่นไหน
7 ข้อนี้ใช้ได้กับสินค้าทุกอย่าง แต่สินค้าบางประเภทมีเรื่องเฉพาะที่ต้องดูเพิ่ม เช่นผ้าอ้อมต้องดูช่วงน้ำหนัก แก้วเก็บความเย็นต้องดูฝา คู่มือเลือกซื้อแยกตามสินค้าอยู่ในหมวด คู่มือช้อปปิ้ง


